กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ประกอบการร้านกาแฟในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและสื่อมวลชนร่วมเดินทาง เพื่อสัมผัสการท่องเที่ยวที่นำเรื่องราวของกาแฟมาผูกโยงกับงานศิลปหัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยผู้เข้าร่วมได้ทดลอง เพ้นท์ลายเวียงกาหลง และร่วมกิจกรรม Coffee & Ceramic Pairing ทดลองดื่มกาแฟหรือชาจากภาชนะเวียงกาหลง พร้อมเรียนรู้ว่ารูปทรงและวัสดุของแก้วมีส่วนต่อประสบการณ์ในการดื่มอย่างไร รวมถึงเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองโบราณเวียงกาหลงและเรียนรู้เรื่องราวจากโบราณวัตถุและงานฝีมือของชุมชน

จากเมืองรุ่งเรือง สู่เมืองร้าง ก่อนกลับมาเป็น “เวียงกาหลง” ในวันนี้
ครูทัน ธิจิตตัง ศิลปิน OTOP และครูช่างศิลปหัตถกรรมผู้ฟื้นฟูเครื่องเคลือบเวียงกาหลง เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำพิพิธภัณฑ์ เกิดจากการที่คนรุ่นปัจจุบันจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ไม่รู้ว่าแผ่นดินแห่งนี้เคยมีเรื่องราวสำคัญอะไรเกิดขึ้น
จากการค้นคว้าของครูทันพบว่า เวียงกาหลงเคยเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้านการทำเครื่องเคลือบ แต่ต่อมาเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ประกอบกับโรคระบาด จนเมืองล่มสลายและกลายเป็นเมืองร้าง ผู้คนที่เป็นช่างฝีมือได้อพยพไปอยู่ในพื้นที่อื่น เช่น สันกำแพง อำเภอพาน และลำปาง
เมื่อบ้านเมืองกลับมาสงบ ลูกหลานของคนในพื้นที่จึงทยอยกลับมาตั้งถิ่นฐานอีกครั้ง จนกลายเป็นชุมชนเวียงกาหลงในปัจจุบัน
ครูทันบอกว่า ตอนแรกเข้าใจว่าเครื่องเคลือบเวียงกาหลงเป็นเพียงงานศิลปะท้องถิ่นเล็ก ๆ แต่เมื่อศึกษาลึกลงไปกลับพบว่า เวียงกาหลงเคยมีเตาเผาจำนวนมากถึงระดับหลักพันเตา จึงไม่น่าจะเป็นเพียงแหล่งผลิตขนาดเล็ก แต่เป็นแหล่งผลิตและค้าขายที่สำคัญในอดีต
นอกจากนี้ ยังพบเครื่องเคลือบเวียงกาหลงในพื้นที่อื่น ๆ ตามเส้นทางการค้าทางบก และมีข้อมูลว่าพบเครื่องเคลือบลักษณะดังกล่าวในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศด้วย สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องเคลือบเวียงกาหลงอาจเคยถูกนำไปแลกเปลี่ยนและจำหน่ายในพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่อดีต

ลวดลายบนเครื่องเคลือบ ไม่ได้ทำไว้แค่สวยงาม
อีกสิ่งหนึ่งที่ครูทันให้ความสำคัญ คือ ความหมายของลวดลายบนเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีลวดลายสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ สัตว์มงคล พฤกษาพันธุ์ไม้ และลายดอกกาหลง
ครูทันอธิบายว่า ลวดลายสัตว์มงคลเกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนโบราณ ส่วนลายพฤกษาพันธุ์สะท้อนเรื่องราวของต้นไม้และธรรมชาติ ขณะที่ลายดอกกาหลงเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางพุทธศาสนา
ดังนั้น การทำงานของครูทันจึงไม่ได้เน้นเพียงการนำลวดลายเก่ามาวาดให้เหมือนเดิม แต่ต้อง รู้ว่าลายแต่ละลายมีความหมายอะไร
ตัวอย่างเช่น ลายก้านขด ที่ขดไปทางซ้ายและขวา สื่อถึงความสะดวกราบรื่น ขณะที่ ลายบัวเล็บช้าง ที่อยู่บริเวณใต้ฐาน สื่อถึงความมั่นคง
ครูทันมองว่า ลวดลายเหล่านี้เป็นเหมือนเรื่องราวที่คนโบราณฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ทั้งเรื่องธรรมชาติ ความเชื่อ และวิถีชีวิต

เครื่องเคลือบเวียงกาหลง เชื่อมทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์
สำหรับครูทัน เครื่องเคลือบเวียงกาหลงยังเป็น แหล่งเรียนรู้ที่รวมหลายศาสตร์ไว้ด้วยกัน
ตั้งแต่การวาดลวดลายซึ่งเป็นงานด้านศิลปะ การปั้นขึ้นรูป การออกแบบรูปทรง ตลอดจนกระบวนการเผาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแร่ธาตุด้วยความร้อน
ครูทันจึงมองว่า เครื่องเคลือบโบราณไม่ได้บอกเพียงเรื่องความสวยงาม แต่ยังบอกเรื่อง ธรรมชาติ วัตถุดิบ และความรู้ของคนในอดีต ที่สามารถนำมาศึกษาต่อได้
ลายเซ็นปริศนา “Mr. Thun” บนวัตถุโบราณเกือบพันปี
ระหว่างการค้นคว้าเครื่องเคลือบเวียงกาหลง ครูทันยังพบเรื่องที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแปลกใจ นั่นคือ การพบชื่อที่อ่านได้ว่า “Mr. Thun” อยู่บนวัตถุโบราณที่มีอายุเกือบ 1,000 ปี
ครูทันเล่าว่า สิ่งที่ทำให้สนใจเป็นพิเศษคือ ลายเซ็นบนวัตถุโบราณมีลักษณะคล้ายกับลายเซ็นที่ตนเองใช้ในปัจจุบัน เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันพบว่ามีความคล้ายกันอย่างมาก และชื่อที่ปรากฏบนวัตถุโบราณได้รับการแปลว่า “Mr. Thun” ซึ่งตรงกับชื่อของครูทัน
“ผมได้ทั้งเครื่องเคลือบเวียงกาหลงที่มันหายจากโลกไปหลายร้อยปีกลับคืนมา และอีกอันหนึ่งที่ผมได้คือไปเจอชื่อของตัวเองอยู่ในวัตถุโบราณที่มีอายุเกือบพันปี ลายเซ็นที่เจอเหมือนลายเซ็นของผม และมีการแปลออกมาว่าเป็นชื่อ Mr. Thun”

เรื่องดังกล่าวทำให้ครูทันเกิดคำถามว่า หากวัตถุชิ้นนั้นมีอายุเกือบพันปี แล้วชื่อและลายเซ็นกลับมีลักษณะคล้ายกับของตนเองในปัจจุบัน เรื่องนี้จะอธิบายได้อย่างไร
ครูทันจึงกลับไปศึกษาค้นคว้าต่อ โดยมองว่า เรื่องการรู้ถึงอดีตของมนุษย์เป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และหากจะค้นหาคำตอบในเรื่องนี้ อาจต้องอาศัยการศึกษาทางธรรม การทำสมาธิและวิปัสสนา
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังเป็น ข้อสังเกตและคำถามจากการค้นคว้าของครูทัน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าเป็นบุคคลเดียวกัน แต่ถือเป็นเรื่องราวที่เพิ่มความน่าสนใจให้กับการศึกษาประวัติศาสตร์เวียงกาหลง และทำให้เห็นว่า การศึกษาวัตถุโบราณไม่ได้มีเพียงเรื่องของอายุหรือรูปแบบเท่านั้น แต่ยังนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับผู้คนและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังวัตถุเหล่านั้น
“ถ้าไม่ถ่ายทอด ความรู้ก็จบไปพร้อมกับคนรุ่นเรา”
สำหรับการอนุรักษ์เครื่องเคลือบเวียงกาหลง ครูทันมองว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงการเก็บรักษาของเก่า แต่คือ การถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นต่อไป
ที่ผ่านมา ครูทันได้ถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กและเยาวชน รวมถึงนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาเรียนรู้ เพราะมองว่าหากค้นคว้าความรู้ไว้เพียงคนเดียว แต่ไม่ถ่ายทอดต่อ เมื่อคนรุ่นนั้นจากไป ความรู้ก็อาจหายไปด้วย
“ถ้าเราทำเนี่ย เราค้นคนเดียวก็จริง แต่ว่าเราประสบผลสำเร็จคนเดียว และถ้าไม่ถ่ายทอดให้ใคร ชีวิตวันหนึ่งเราก็ต้องจบ แล้วไม่ใช่ให้มันจบไปกับชีวิตเรา เราก็ต้องถ่ายทอดให้”
แนวคิดดังกล่าวทำให้ศูนย์เครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดแสดงของเก่า แต่เป็น พื้นที่เรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสงานปั้น เรียนรู้ลวดลาย และเข้าใจเรื่องราวของเมืองโบราณผ่านงานศิลปหัตถกรรม
การเดินทางของคณะ FAM TRIP ครั้งนี้จึงเป็นการนำ “กาแฟ” มาพบกับ “เครื่องเคลือบ” ผ่านกิจกรรม “From Bean to Cup, From Clay to Craft” จากเมล็ดกาแฟสู่แก้วเซรามิก เปิดมุมมองให้เห็นว่า แก้วกาแฟหนึ่งใบไม่ได้มีเพียงหน้าที่สำหรับใส่เครื่องดื่ม แต่ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวของ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ ธรรมชาติ ความเชื่อ และภูมิปัญญาของชุมชน ได้อีกด้วย
จากอดีตที่เคยรุ่งเรือง สู่วันที่ภูมิปัญญาเกือบเลือนหาย และกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านคนรุ่นใหม่ เวียงกาหลงจึงกำลังเปลี่ยนจาก “ของเก่าในอดีต” ให้กลายเป็น เรื่องราวที่คนรุ่นปัจจุบันสามารถเรียนรู้และนำไปต่อยอดเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ได้ในวันนี้







อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดเส้นทาง FAM TRIP ชากาแฟเชิงสร้างสรรค์ เชียงราย–พะเยา เชื่อมกาแฟ วิถีชุมชน สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพ https://www.penkhao.com/a/43/
FAM TRIP พาสัมผัสต้นทางกาแฟดอยช้าง เรียนรู้กระบวนการผลิตครบวงจรจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ https://www.penkhao.com/a/44/
#FAMTRIP #เส้นทางชากาแฟเชิงสร้างสรรค์ #เวียงกาหลง #เครื่องเคลือบเวียงกาหลง #CraftTheCupTasteTheJourney #FromBeanToCup #FromClayToCraft #กาแฟเชียงราย #เชียงราย #เวียงป่าเป้า #ครูทันธิจิตตัง #ศิลปหัตถกรรมล้านนา #ภูมิปัญญาท้องถิ่น #ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ #ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม #มรดกทางวัฒนธรรม #OTOP #เป็นข่าว

ความคิดเห็น